31 คำแนะนำดีๆ ที่นักเขียนมือใหม่ต้องรีบจด
1
“เวลาเขียน ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง คนอ่านไม่ได้อยากรู้ละเอียดขนาดนั้น เวลาเขียน อย่าบอกจนหมดเปลือก ให้กั๊กๆ เอาไว้บ้าง”
2
“งานของนักเขียนคือ... การเขียน ถ้าอยากเป็นนักเขียน ต้องมีความอยากเขียนอยู่ตลอดเวลา”
3
“อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับนักเขียนคนอื่น โดยเฉพาะถ้านักเขียนคนนั้นอยู่ในวัยใกล้เคียงกับเรา ความสำเร็จของคนเราไม่เหมือนกัน ใส่ใจแต่เรื่องของตัวเองดีที่สุด”
4
“อย่ากลัวคำวิจารณ์ เรียนรู้ที่จะรับฟัง และนำคำแนะนำเหล่านั้นมาปรับใช้กับผลงานของเรา”
5
“เขียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อให้รู้สึกแย่หรือว่าเขียนไม่ออก ก็พยายามเขียนออกมา แล้วเซฟเอาไว้ เมื่อสบายใจแล้ว ค่อยกลับมาอ่านทวนอีกครั้ง อาจได้ข้อความที่มีคุณค่าก็ได้”
6
“เลือกเวลาเขียนของตัวเอง จะเขียนตอนเช้าหรือตอนดึกๆ ก็ได้ แต่ขอให้เขียน”
7
“อ่านหนังสือเยอะๆ หานักเขียนในดวงใจให้เจอ”
8
“ช่วยเหลือและสนใจเพื่อนร่วมอุดมการณ์บ้าง แวะไปอ่านนิยายของเพื่อนนักเขียนที่รู้จัก ให้กำลังใจกันและกัน”
9
“เวลาคนบอกว่านักเขียนไส้แห้ง ให้ก้มหน้าเขียนต่อไป ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น”
10
“เวลาเขียน อย่ามองโลกในแง่ร้ายหรือคิดลบไปก่อน เขียนอย่างมีความสุขเสมอ”
11
“ถ้าอยากเป็นนักเขียนก็ต้องจริงจังและตั้งใจ นักเขียนก็เป็นอีกหนึ่งสาขาอาชีพ ที่ยากและต้องใช้ความรู้ความสามารถไม่แพ้อาชีพอื่นๆ”
12
“อย่าไปเชื่อที่คนบอกว่าไม่ควรเอาชีวิตจริงมาเขียน เพราะความจริงแล้ว การเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาเขียน จะทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมและเขียนได้อย่างมีชีวิตชีวา เพียงแต่อาจจะต้องเลือกสถานการณ์และเนื้อหาที่เหมาะสม”
13
“ไม่ต้องพูดแล้วว่า ฉันอยากเป็นนักเขียน ให้พูดเลยว่า ฉันนี่แหละนักเขียน”
14
“ก่อนเขียน ควรหาข้อมูลก่อน และข้อมูลจากคนรอบๆ ตัวนี่แหละ ดีที่สุด”
15
“ถ้าเขียนแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่ ควรลบทิ้งแล้วเขียนใหม่ เขียนหลายๆ รอบ จนกว่าจะพอใจ”
16
“นอกจากเขียนเพื่อตัวเองแล้ว หน้าที่ของนักเขียนคือ รับผิดชอบต่อคนอ่าน เวลาเขียนอะไร ต้องนึกถึงผู้รับสารด้วย ถ้าหากว่าเป็นไปได้ ควรแทรกแนวคิดหรือเรื่องราวดีๆ เอาไว้ นั่นแหละ นักเขียนตัวจริง”
17
“อย่ากลัวที่จะส่งต้นฉบับให้สนพ. พิจารณา ไม่ลองก็ไม่รู้ ถึงไม่ได้ตีพิมพ์แต่ก็อาจได้คำวิจารณ์เพื่อนำมาปรับใช้ในผลงาน”
18
“ฟังและเรียนรู้จากคำวิจารณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกสิ่งที่คนอ่านพูดยังไงก็ต้องคงความเป็นตัวเองเอาไว้ด้วย”
19
“อ่านเยอะๆ อ่านให้มากที่สุด อ่านทุกอย่าง การอ่านเหมือนการสะสมถ้อยคำไว้ในหัวเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ และจะช่วยคุณได้มากเมื่อเขียนไม่ออก”
20
“เขียนในสิ่งที่อยากเขียน อย่าได้ไปแคร์ว่า... ตลาดต้องการหรือไม่”
21
“อย่าคิดว่างานของเราดีทุกอย่าง สมบูรณ์แบบและห้ามแก้ งานเขียนทุกชิ้นแม้แต่งานที่ตีพิมพ์แล้ว มีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ หาที่แก้ได้เสมอ”
22
“ทำความรู้จักเพื่อนนักเขียนเอาไว้ เป็นประโยชน์ต่ออนาคตการเขียนได้แน่”
23
“ถ้ามีเวลา ไปเข้าเวิร์กช็อปหรือคลาสเรียนเขียนนิยายบ้างก็ได้ ไม่ต้องเชื่อทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้เรียนรู้เอาไว้เป็นประสบการณ์”
24
“ทุกครั้งที่เขียนจบ ลองอ่านงานเขียนออกมาดังๆ อันไหนฟังแล้วแปร่งๆ หรือดูประหลาดให้แก้ไขใหม่”
25
“กล้าหาญเข้าไว้ อยากเขียนอะไรเขียนเลย”
26
“ทุกครั้งที่เขียนไม่ออก ให้เขียนแยกแยะปัญหาออกมาเป็นข้อๆ ถ้าเกิดเจอปัญหาซ้ำๆ จะได้รู้ทางแก้”
27
“ซื้อหนังสือเยอะๆๆๆๆ อ่านเยอะๆๆๆ”
28
“หาเพื่อนมาอ่านงานของเราและรับฟังคำแนะนำจากเขา”
29
“เขียนงานใหม่ๆ อย่าเพิ่งคิดมากเรื่องเงิน”
30
“การลงนิยายผ่านอินเทอร์เน็ต อาจจะดูเสี่ยงต่อการโดนลอก แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ได้พื้นที่โปรโมตและได้คนอ่าน เป็นหนึ่งในโอกาสดีๆ ที่หาไม่ได้ง่ายนัก”
31
“ต่อให้เขียนเก่งแค่ไหน ก็ควรต้องระวังเรื่องภาษา สะกดผิดๆ ถูกๆ ทั้งเรื่อง ยังไงคนอ่านก็เบือนหน้าหนี เวลาจะเขียนงาน ควรเช็กตัวสะกดเสมอ เขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ จะช่วยให้งานของเรามีคุณค่ามากขึ้น”
จาก
https://www.dek-d.com/writer/41145/
“เวลาเขียน ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง คนอ่านไม่ได้อยากรู้ละเอียดขนาดนั้น เวลาเขียน อย่าบอกจนหมดเปลือก ให้กั๊กๆ เอาไว้บ้าง”
2
“งานของนักเขียนคือ... การเขียน ถ้าอยากเป็นนักเขียน ต้องมีความอยากเขียนอยู่ตลอดเวลา”
3
“อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับนักเขียนคนอื่น โดยเฉพาะถ้านักเขียนคนนั้นอยู่ในวัยใกล้เคียงกับเรา ความสำเร็จของคนเราไม่เหมือนกัน ใส่ใจแต่เรื่องของตัวเองดีที่สุด”
4
“อย่ากลัวคำวิจารณ์ เรียนรู้ที่จะรับฟัง และนำคำแนะนำเหล่านั้นมาปรับใช้กับผลงานของเรา”
5
“เขียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อให้รู้สึกแย่หรือว่าเขียนไม่ออก ก็พยายามเขียนออกมา แล้วเซฟเอาไว้ เมื่อสบายใจแล้ว ค่อยกลับมาอ่านทวนอีกครั้ง อาจได้ข้อความที่มีคุณค่าก็ได้”
6
“เลือกเวลาเขียนของตัวเอง จะเขียนตอนเช้าหรือตอนดึกๆ ก็ได้ แต่ขอให้เขียน”
7
“อ่านหนังสือเยอะๆ หานักเขียนในดวงใจให้เจอ”
8
“ช่วยเหลือและสนใจเพื่อนร่วมอุดมการณ์บ้าง แวะไปอ่านนิยายของเพื่อนนักเขียนที่รู้จัก ให้กำลังใจกันและกัน”
9
“เวลาคนบอกว่านักเขียนไส้แห้ง ให้ก้มหน้าเขียนต่อไป ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น”
10
“เวลาเขียน อย่ามองโลกในแง่ร้ายหรือคิดลบไปก่อน เขียนอย่างมีความสุขเสมอ”
11
“ถ้าอยากเป็นนักเขียนก็ต้องจริงจังและตั้งใจ นักเขียนก็เป็นอีกหนึ่งสาขาอาชีพ ที่ยากและต้องใช้ความรู้ความสามารถไม่แพ้อาชีพอื่นๆ”
12
“อย่าไปเชื่อที่คนบอกว่าไม่ควรเอาชีวิตจริงมาเขียน เพราะความจริงแล้ว การเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาเขียน จะทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมและเขียนได้อย่างมีชีวิตชีวา เพียงแต่อาจจะต้องเลือกสถานการณ์และเนื้อหาที่เหมาะสม”
13
“ไม่ต้องพูดแล้วว่า ฉันอยากเป็นนักเขียน ให้พูดเลยว่า ฉันนี่แหละนักเขียน”
14
“ก่อนเขียน ควรหาข้อมูลก่อน และข้อมูลจากคนรอบๆ ตัวนี่แหละ ดีที่สุด”
15
“ถ้าเขียนแล้วรู้สึกว่ายังไม่ใช่ ควรลบทิ้งแล้วเขียนใหม่ เขียนหลายๆ รอบ จนกว่าจะพอใจ”
16
“นอกจากเขียนเพื่อตัวเองแล้ว หน้าที่ของนักเขียนคือ รับผิดชอบต่อคนอ่าน เวลาเขียนอะไร ต้องนึกถึงผู้รับสารด้วย ถ้าหากว่าเป็นไปได้ ควรแทรกแนวคิดหรือเรื่องราวดีๆ เอาไว้ นั่นแหละ นักเขียนตัวจริง”
17
“อย่ากลัวที่จะส่งต้นฉบับให้สนพ. พิจารณา ไม่ลองก็ไม่รู้ ถึงไม่ได้ตีพิมพ์แต่ก็อาจได้คำวิจารณ์เพื่อนำมาปรับใช้ในผลงาน”
18
“ฟังและเรียนรู้จากคำวิจารณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกสิ่งที่คนอ่านพูดยังไงก็ต้องคงความเป็นตัวเองเอาไว้ด้วย”
19
“อ่านเยอะๆ อ่านให้มากที่สุด อ่านทุกอย่าง การอ่านเหมือนการสะสมถ้อยคำไว้ในหัวเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ และจะช่วยคุณได้มากเมื่อเขียนไม่ออก”
20
“เขียนในสิ่งที่อยากเขียน อย่าได้ไปแคร์ว่า... ตลาดต้องการหรือไม่”
21
“อย่าคิดว่างานของเราดีทุกอย่าง สมบูรณ์แบบและห้ามแก้ งานเขียนทุกชิ้นแม้แต่งานที่ตีพิมพ์แล้ว มีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ หาที่แก้ได้เสมอ”
22
“ทำความรู้จักเพื่อนนักเขียนเอาไว้ เป็นประโยชน์ต่ออนาคตการเขียนได้แน่”
23
“ถ้ามีเวลา ไปเข้าเวิร์กช็อปหรือคลาสเรียนเขียนนิยายบ้างก็ได้ ไม่ต้องเชื่อทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้เรียนรู้เอาไว้เป็นประสบการณ์”
24
“ทุกครั้งที่เขียนจบ ลองอ่านงานเขียนออกมาดังๆ อันไหนฟังแล้วแปร่งๆ หรือดูประหลาดให้แก้ไขใหม่”
25
“กล้าหาญเข้าไว้ อยากเขียนอะไรเขียนเลย”
26
“ทุกครั้งที่เขียนไม่ออก ให้เขียนแยกแยะปัญหาออกมาเป็นข้อๆ ถ้าเกิดเจอปัญหาซ้ำๆ จะได้รู้ทางแก้”
27
“ซื้อหนังสือเยอะๆๆๆๆ อ่านเยอะๆๆๆ”
28
“หาเพื่อนมาอ่านงานของเราและรับฟังคำแนะนำจากเขา”
29
“เขียนงานใหม่ๆ อย่าเพิ่งคิดมากเรื่องเงิน”
30
“การลงนิยายผ่านอินเทอร์เน็ต อาจจะดูเสี่ยงต่อการโดนลอก แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ได้พื้นที่โปรโมตและได้คนอ่าน เป็นหนึ่งในโอกาสดีๆ ที่หาไม่ได้ง่ายนัก”
31
“ต่อให้เขียนเก่งแค่ไหน ก็ควรต้องระวังเรื่องภาษา สะกดผิดๆ ถูกๆ ทั้งเรื่อง ยังไงคนอ่านก็เบือนหน้าหนี เวลาจะเขียนงาน ควรเช็กตัวสะกดเสมอ เขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ จะช่วยให้งานของเรามีคุณค่ามากขึ้น”
จาก
https://www.dek-d.com/writer/41145/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น