จิตภาวนาแบบนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา


จิตภาวนาแบบนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร ท่านใช้เวลาเกือบ 50 ปี กว่าจะได้รับประสบการณ์ "การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า" 

หนังสืออ้างอิง "ชีวิต" , "แนวทางสู่ความครบครัน" ,  "ปราสาทฝ่ายจิต" 

จากหนังสือ "ปราสาทฝ่ายจิต" ให้สมมุติว่าวิญญาณของเราเป็นเหมือนปราสาทหลายชั้น (Moradas แทนคำชั้น) ตรงกลางเป็นที่ที่พระคริสต์เจ้าประทับอยู่ ความก้าวหน้าของวิญญาณในการภาวนาก็เหมือนกับการที่ได้ผ่านจากชั้นหนึ่งจนที่สุดได้มาถึงชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดและลึกที่สุด ภายนอกปราสาทปกคลุมด้วยความมืด รอบๆ ปราสาทจะมีคูลึกและมีสัตว์เลื้อยคลานเดินในโคลน เมื่อวิญญาณตัดสินใจเดินตามแนวทางของการภาวนาและสละสิ่งของต่างๆ ในโลก ก็เมือนกับว่าเขาได้เข้าไปในเขตปราสาทและเริ่มเดินตามทางของการภาวนาโดยพระเจ้าเป็นผู้กระทำ ผู้ภาวนาเป็นผู้รับการกระทำอย่างเดียว

นักบุญเทเรซากล่าวว่า "จิตภาวนาเป็นการสนทนาระหว่างมิตรที่เรารู้ดีว่า พระเจ้ารักเรามาก" 

ความก้าวหน้าในการภาวนามิได้อยู่ที่การคิดมาก แต่ขึ้นอยู่กับการรักมาก 
       
สิ่งที่จำเป็นต่อการภาวนาคือ การฝึกคุณธรรม เช่น การรู้จักตนเอง ความสุภาพถ่อมตน ความรักฉันพี่น้อง การบำเพ็ญพรต งานแพร่ธรรม มีมิตรฝ่ายจิต การแนะนำวิญญาณ
 
ขั้นตอนในการภาวนา 

ขั้นแรกหรือห้องแรกเป็นส่วนแรกของปราสาทวิญญาณ เขาอยู่ในสถานะพระหรรษทานแต่ยังมีใจติดอยู่กับสิ่งของต่างๆ ในโลก และอาจสูญเสียความปรารถนาดีได้ทุกเมื่อ จึงภาวนาออกเสียง

ขั้นที่สอง วิญญาณเริ่มฝึกฝนจิตภาวนาด้วยความกระตือรือร้น แม้ขาดความชุ่มชื่นทางจิตใจ เป็นลักษณะการรำพึงแบบเรื่อยเปื่อย บางคนใช้ความรัก บางคนใช้เหตุผล ควรรำพึงถึงพระคริสตเจ้าและสนทนากับพระองค์ 

ขั้นที่สาม  เป็นการภาวนาตามธรรมชาติขั้นสุดท้าย เรียกว่า "ภาวนาสำรวมจิต"  เน้นความรู้สึก ตื่นตัวถึงการประทับอยู่อย่างใกล้ชิดของพระเจ้าภายในวิญญาณ จนสภาพร่างกายทุกส่วนได้รวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าผู้เดียว วิญญาณเติบโตได้ด้วยการมอบตนทั้งครบไว้กับพระประสงค์ของพระเจ้าทุกขณะจิต
        
ขั้นที่สี่ คือห้องปราสาทฝ่ายจิต เป็นขั้นที่นำวิญญาณมาสู่ก้าวแรกของการภาวนาแบบล้ำลึกในพระเจ้า เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ พระเจ้าเป็นผู้กระทำ เรียกว่า ภาวนาแบบเงียบ  รับความเป็นหนึ่งกับพระเจ้าทางปัญญาเท่าที่วิญญาณจะรับได้ วิญญาณเกิดความปีติสุขจากการตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าตลอดเวลา 

ขั้นที่ห้า เริ่มเข้าถึงเป้าหมายในการที่พระเจ้าทำงานในวิญญาณ คือ ควบคุมทุกสิ่งในตัวเราและทำให้ขึ้นกับพระเจ้าตลอดไป เรียกว่า ภาวนาแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกัน  พลังงานทั้งสิ้นในวิญญาณจะมุ่งไปรวมอยู่ที่พระเจ้าและวิญญาณตระหนักว่า "เมื่อวิญญาณหันกลับมามองตัวเอง เขาจะไม่สงสัยเลยว่า พระเจ้าทรงอยู่ภายในเขาจริงๆ"  

ขั้นที่หก "ปราสาทฝ่ายจิต" และ "การหมั้นอันล้ำลึก" เหมือนเป็นขั้นสูงสุดของการภาวนาแบบอาศัยการบำเพ็ญตบะ วิญญาณจะถูกทดลองอย่างหนัก ได้รับการชำระ ยังไม่รู้สึกยินดีล้นพ้น รู้สึกว่าวิญญาณโบยบินจากร่างหรือการเห็นนิมิตต่างๆ เขาจะท่วมล้นด้วยแสงสว่างและความบรรเทาของพระเจ้า

ขั้นที่เจ็ด วิญญาณจะตระหนักในคำวอนขอของพระคริสตเจ้าต่อพระบิดาว่า "ให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นเดียวกับที่พระองค์และข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน" (ยน 17.22-23)  นี่เป็นสภาพการณ์หรือลักษณะของการวิวาห์อันลึกล้ำหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นหนึ่ง  ระดับนี้ พระตรีเอกภาพจะเผยแสดงพระองค์ บางครั้ง พระเยซูเจ้าเผยแสดงแก่วิญญาณในสภาพมนุษย์ วิญญาณจะลืมตัวเองโดยสิ้นเชิง และยอมรับความทุกข์ และยินดีในความลำบาก ร้อนรนในความรอดของวิญญาณหรือการแพร่ธรรม เป็นสุดยอดของการพิศเพ่งภาวนาแบบนี้ นักบุญเทเรซา แห่งอาวิลาเรียกว่า "มาร์ธา (ขยันทำงาน) และมารีย์ (ภาวนา) ต่างทำงานร่วมกัน" 

จาก http://ccbkk.catholic.or.th/board/index.php?topic=953.0

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การใช้ "ละ" และ "ล่ะ" ใช้อย่างไร

ย่างเนย พระราม 4