ได้ขนมราคาเกินเงินที่พ่อให้
มีกระแสชื่นชมจากสังคมข่าวหนึ่งที่รู้สึกว่าใช่เหรอ
เนื้อหาข่าว - พ่อเกิดความสงสัย ให้เงินลูกไปซื้อขนมแต่ขนมที่ลูกเอากลับมาบ้านราคาเกินจำนวนที่ให้ไปเสมอเลยตามไปดูพบว่าพนักงาน 7-11 จ่ายส่วนต่างให้ กระแสชื่นชมพนักงาน 7-11 มีน้ำใจถ่ายรูปออกสื่อ
ความคิดแมวน้ำ - เหวอ... มันควรด่าทั้งพ่อเด็กและพนักงาน 7-11มากกว่านะ
รวบรวมข้อมูล
1. เด็กไม่ใช่เด็กจรจัดยากไร้ไม่มีเงินซื้อขนมแต่เงินไม่พอซื้อขนมแพงกว่าเงินที่ตัวเองมี
2. เด็กไปซื้อขนมที่ 7-11 สาขานั้นกับพนักงานคนนั้นเป็นประจำ
วิเคราะห์ผล - มันเป็นการส่งเสริมให้เด็กใช้เงินเกินตัว
1. เงินไม่พอซื้อสินค้าควรอบรมสอนให้เด็กรู้จักรอและสะสมเงินให้ครบจำนวนไม่ใช่เหรอ
2. เด็กได้ขนมเกินจำนวนเงินที่ได้หลายครั้งแปลว่าเริ่มมีการเรียนรู้แล้วว่าไปที่ 7-11 สาขานั้นพนักงานจะออกเงินเพิ่มให้ และทำให้เกิดพฤติกรรมเลือกแต่ของที่เกินจำนวนเงินที่ตัวเองมี
3. พนักงาน 7-11 ควรประเมินว่าสภาพเด็กเหมาะสมช่วยเหลือหรือไม่ สภาพของเด็กในรูปปกติอ้วนท้วนสมบูรณ์ไม่ได้มีสภาพอดอยาก แต่งตัวมีกินมีใช้ทำไมถึงเลี้ยงขนมนอกจากจะเป็นคนรู้จักกันอยู่แล้วซึ่งกรณีรู้จักกันอยู่แล้วจะมาสร้างภาพออกสื่อทำไม ต่อให้เป็นเด็กยากไร้สิ่งที่ควรให้สิ่งไม่ใช่ขนมที่เต็มไปด้วยแป้งหรือเครื่องดื่มน้ำหวานน้ำตาลเต็มเพียบแต่ควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าอยู่ดี ผลไม้ก็ยังจะดีกว่าขนมหวาน
4. พ่อเด็กแทนที่จะอบรมลูกตัวเอง กลับให้แรงเสริมพนักงาน 7-11เป็นคนมีน้ำใจ การให้เงินชดเชยเงินที่พนักงานเป็นเรื่องถูกต้องแต่ไม่ใช่ให้รางวัลว่าพนักงาน 7-11 ต้องทำแบบนี้ถึงจะเรียกว่ามีน้ำใจ พ่อเด็กควรรู้สึกอับอายลูกตัวเองมากกว่านะที่ไปแบมือขอเงินคนอื่นทั้งที่ตัวเองก็มีเงินนั่นคือมีปัญหาการเลี้ยงดูลูกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กถูกวางเงื่อนไขไปแล้วว่าถ้าไป 7-11 สาขานั้นเจอพนักงานคนนั้นจะได้ขนมมากกว่าจำนวนเงินมี เด็กเกิดความเป็นมิตรกับพนักงาน แล้วถ้าวันหนึ่งพนักงานคนนั้นชักชวนเด็กไปกระทำผิดหลอกให้ขนมอย่างอื่นจนไปถึงยาเสพติด เด็กจะมีความระวังตัวหรือไม่ แล้วเด็กได้ขนมเกินจำนวนเงินทำไมไม่บอกพ่อแม่ให้รู้แอบเก็บเป็นความลับแล้วไปซื้ออีก
มันคือ...
ซึ่งทุกอย่างที่คิดได้จากข่าว... พ่อแม่เดี๋ยวนี้เลี้ยงลูกยังไง เด็กไม่ผิดหรอกเพราะถ้าผู้ใหญ่ไม่สอนไม่เป็นตัวอย่างที่ดี เด็กจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งไหนควรสิ่งไหนไม่ควร
ตัวอย่างจากชีวิตจริง - รอประนอมหนี้
ได้รู้จักน้องและเมียของน้องคู่หนึ่ง เรียนสูง มีงานทำอยู่บ้านกับพ่อแม่ จู่ๆ ไปกู้แบงค์ให้เป็นหนี้ ตอนแรกนึกว่ากู้จะเอามาลงทุนทำธุรกิจแต่กลับเอาเงินมาใช้จนหมดให้แบงค์มาจับ พอถามทำไมไม่ส่งดอกเบี้ยไม่ใช้หนี้น้องบอกเมียแนะนำให้ประนอมหนี้ ถามไปถามมาเมียน้องคนนั้นบอกว่าก็แบงค์รวยอยู่แล้วเอาเงินมาไม่กี่แสนไม่เดือดร้อนหรอกไม่มีเงินจ่ายก็รอประนอมหนี้จะได้ไม่ต้องจ่ายหนี้เต็มจำนวนเงินที่ไปกู้มาเคยทำสำเร็จมาแล้ว ดีจะตายไม่ต้องเสียดอกเบี้ยด้วย หลังจากนั้นก็เห็นไปกู้นอกระบบอีกเพราะไปกู้แบงค์ไม่ได้แล้ว...
ข่าวนี้ให้ความรู้สึกนี้เลย... เพาะบ่มหนี้ใช้เงินเกินตัว ถึงว่าทุกวันนี้เห็นคนติดหนี้บัตรเครดิตเต็มไปหมด เพราะคงคิดว่า "พ่อให้เงินมาน้อยไม่เป็นไรวิ่งไปซื้อขนมที่ร้านเดี๋ยวก็มีคนออกเงินส่วนต่างให้"
ถ้าข่าวพลิกเป็นพ่อให้เงินเด็กแล้วเด็กเอาไปต่อยอด เด็กไปรับจ็อบเล็กๆ เช่น ช่วยงานครู, แม่ค้าพ่อค้าในตลาดที่รู้จักกัน งานเล็กๆ น้อยๆ อะไรที่ทำให้ได้เงินมาครบแล้วนำขนมราคาเกินเงินที่พ่อให้กลับบ้าน คงจะยินดีกว่านี้
มองมาที่ตัวเอง... เก็บเงินต่อไป ไม่มีใครเลี้ยงนี่ (ไม่ใช่แล้ว) ไม่อยากติดหนี้ใครมากกว่ากลัวต้องมาชดใช้ไม่จบไม่สิ้น น้ำใจที่จะกลายเป็นยาพิษภายหลังขอไม่รับดีกว่า
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น