วรรณกรรม วิจิตรกามา
นิยายแนวอีโรติก หรือเรียกในภาคภาษาไทยว่า วรรณกรรม
วิจิตรกามา
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1244669
ความน่าตื่นตาตื่นใจของวรรณกรรมประเภทนี้ อยู่
ที่การเขียนถึงแง่มุมของความรักและความใคร่ เขียนถึง
กามรสด้วยชั้นเชิงวรรณศิลป์
แม้ศิลปะแห่งอีโรติกกับอนาจารมีข้อแตกต่างกันที่
"จุดหมายและความรังสรรค์"
ถึงอย่างนั้น การเขียนเรื่องแนวอีโรติก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครคิดอยากจะเขียน
ก็เขียนได้ งานที่ดีต้องอาศัยฝีมือทางการประพันธ์ซึ่งสั่งสม
มาพอสมควร ขั้นตอนการเขียนจึงมีความพิถีพิถัน ทั้งกลวิธี
วิธีคิดและความวิจิตรทางภาษาอย่างยิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใด "คุณค่าสาระ" อันหมายถึงปรัชญา
อย่างใดอย่างหนึ่ง จะแยกไปจากงานประเภทนี้ไม่ได้อย่าง
เด็ดขาด มิเช่นนั้นงานชิ้นนั้น จะเป็นงานเกรดต่ำยิ่งกว่าวรรณกรรมขยะเสียอีก
เช่นที่ ม.ล.บุญเหลือ เทพสุวรรณ (ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นครูแห่งการวิจารณ์วรรณกรรม) เคยให้ทัศนะวิจารณ์
ไว้ว่า
“การเขียนเรื่องกามรส ต้องแสดงความรู้ให้ถึง
ชั้นเชิง ถ้าขาดความรู้และขาดสุนทรียภาพ งานเขียน
ก็จะกลายเป็นหนังสือลามกไป หรือมิฉะนั้นก็จะเป็น
งานเขียนเก้อๆ ไม่มีความคมและความขำอย่างใดเลย”
“ว่าด้วย วรรณกรรมอีโรติก” โดย อ.กอบกุล อิงคกุล
นักวิชาการด้านวรรณกรรม
ราวสามสิบปีลงไป ถ้ามองวรรณกรรมแนวนี้ในมุมกว้างก็คือ
การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก วรรณกรรมประเภทนี้มีพื้นฐานอยู่
ที่เนื้อหาความรัก ความใคร่ และกามารมณ์ มากกว่ารูปแบบที่ใช้ แต่
ในกลุ่มของคนที่เข้าใจผิด มักเพ่งเล็งไปที่รูปแบบมากกว่าเนื้อ
โดยปกติแล้ว วรรณกรรมอีโรติก จะใช้รูปแบบการเขียน
ประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ นวนิยาย ละคร
เรื่องเล่า หรือแม้กระทั่งร้อยกรองแสดงความโศกเศร้าเป็นต้น
แต่กวีนิพนธ์ประเภทคำรำพึง หรือร้อยกรองแสดงความในใจ
มักเป็นรูปแบบของกวีนิพนธ์หรือร้อยกรองที่ใช้กันมากที่สุด
เนื่องจากขอบเขตของวรรณกรรมอีโรติก ไม่ได้ใช้รูปแบบ
การเขียนเป็นตัวกำหนด ทว่าใช้เนื้อหาเป็นหลักในการพิจารณา
บ่อยครั้งจึงพบว่า เส้นแบ่งเขตระหว่างวรรณกรรมอีโรติกกับ
วรรณกรรมประเภทอื่นที่มีพื้นฐานอยู่บนแกนของความรักนั้น
ยากที่จะขีดเส้นได้ เพราะวรรณกรรมอีโรติกยังกว้างพอที่จะ
เขียนเรื่องเกี่ยวกับความรัก นับตั้งแต่อารมณ์ไหวหรือภาวะไหว
แห่งความรู้สึก ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรง เปิดเผยถึงขีดสุด
ซึ่งแสดงการสังวาสเสพสมพิสดาร แต่จุดสำคัญที่ทำให้
วรรณกรรมอีโรติกต่างจากวรรณกรรมลามก ก็คือ ภาษา
ที่ไม่หยาบโลน
ท่วงทำนองการเขียนวรรณกรรมอีโรติก ท้าทาย
ความสามารถและเชิงชั้นในการประพันธ์เป็นอย่างยิ่ง
เพราะเป็นการเขียนที่คาบลูกคาบดอกกับศีลธรรมจรรยา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมอีโรติกที่อยู่ในระดับการ
บรรยายฉากเสพสมอย่างละเอียดลออ ถ้างานนั้นใช้
ภาษาที่มีสำนวนสละสลวยขัดเกลาอย่างงดงามประณีต
การบรรยายฉากกามาต่างๆ ก็จะกลับกลายเป็นผลงาน
ที่มีศิลปะ ได้สุนทรียรส แต่ถ้าเขียนอย่างหยาบคาย
ก็จะกลายเป็นลามกอนาจารไปทันที
จุดสำคัญของการเขียนวรรณกรรมแนวอีโรติก จึงต้อง
ใช้ภาษาที่มีเชิงชั้น รู้จักเลือกคำที่ให้ความรู้สึกงดงาม
ยามที่ผู้เขียนถ่ายทอดภาพแห่งการเสพสมหรือความ
รู้สึกปรารถนาในกามรสของตัวละคร ตลอดจนปีติสุข
สุดยอดในเพศรส สิ่งที่เสนอจะต้องเฉียบคมกระชับ
และมีเอกภาพในตัว เพื่อให้ได้ผลอย่างมีพลังและ
ประสิทธิภาพ เรียกได้ว่างานเขียนอีโรติกจะต้องมี
มาตรฐานของสุนทรียะในระดับสูงจริงๆ เป็นการเสนอ
ภาพที่ใช้จินตนาการสร้างสรรค์ มากกว่าการเสนอภาพ
การสมสู่อย่างซ้ำซาก และเปล่าเปลือยล่อนจ้อนอย่าง
ไร้ศิลปะในด้านภาษาและการถ่ายทอด
อนึ่ง งานเขียนแนวอีโรติกจะต้องให้ความรู้สึกชวน
คล้อยตามและก่อเกิดความประทับใจแก่ผู้อ่าน มิใช่ความรู้สึก
ละอายเหมือนกำลังดูภาพต้องห้าม ลามกอนาจาร สิ่งสำคัญ
อีกประการก็คือ ต้องเสนอภาพแห่งกามารสในฐานะที่เป็น
ประสบการณ์ที่มีพลัง และให้ความปีติสุขอันงดงาม ด้วยเหตุนี้
ผู้ประพันธ์จึงต้องใช้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเอกอุ
บ้างก็ใช้สัญลักษณ์ในการเอ่ยถึงอวัยวะเพศ บ้างก็ใช้ความ
ฟุ้งฝัน ความฝัน ความในใจสื่ออารมณ์ทางเพศของตัวละคร
เพื่อปลุกเร้าจินตนาการของผู้อ่านให้เข้าใจและเข้าถึงอย่าง
เช่น อนาอิส นิน นักเขียนหญิงแนวอิโรติก ได้ใช้ดอกดาเลียห์
เป็นสัญลักษณ์แทนเยื่อพรหมจรรย์เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับวรรณกรรม
อีโรติกก็คือ ไม่ว่าผู้เขียนจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะต้องเข้าใจ
สิ่งที่เรียกว่า ความรักและกามารมณ์ ได้อย่างลึกล้ำ ไม่ว่าจะเป็น
ความรัก อารมณ์พิสดาร ความฟุ้งฝันหรือฝันเฟื่อง และ
พฤติกรรมที่ถูกผลักดันโดยพลังขับหรือกลไกทางเพศ ซึ่งมี
ความสำคัญเป็นอันดับแรกเหนือสิ่งใด
นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้งานเขียนแนวอีโรติก การเขียน
แนวอีโรติกควรเป็นสื่อให้ผู้อ่านได้พบข้อคิดหรือสิ่งที่มีคุณค่า
ผ่านงานเขียนนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม วัฒนธรรม อารมณ์
ความรู้สึก จิตวิทยาทางเพศ ปรัชญาทางเพศ ฯลฯ เพราะงาน
อีโรติกนั้นจะเป็นแค่เรื่องอ่านเล่นเท่านั้น ถ้าเพียงแต่เน้นอารมณ์
หรือความรู้สึกหฤหรรษ์แห่งกามารส โดยมิได้ปรากฏสาระให้
เห็น ซ้ำรังแต่จะทำให้เรื่องมีราคาถูกหาค่าอะไรมิได้
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากงานเขียนอีโรติก สามารถ
เขียนได้หลายรูปแบบหรือหลายแนว ดังนั้นจึงมีนักเขียน
จำนวนไม่น้อย จงใจจะแสดงฝีมือรังสรรค์วรรณกรรมอีโรติก
ให้หลายหลากรูปแบบ เช่น บ้างก็เขียนในรูปอารมณ์ขัน
เสียดสี ยั่วล้อ ตื่นเต้น สยองขวัญ ลึกลับ แฟนตาซี
จินตนาการหรือแนววิทยาศาสตร์ โดยเน้นโครงเรื่อง (plot)
ที่แข้มข้น ตื่นเต้นชวนให้ติดตาม หากแต่เนื้อเรื่องยังคง
เป็นเรื่องอีโรติกอยู่
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น “เมืองกามา” แปลโดย “ฉริบไร”
สนพ.บานชื่น ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์
วิจิตรกามา
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1244669
ความน่าตื่นตาตื่นใจของวรรณกรรมประเภทนี้ อยู่
ที่การเขียนถึงแง่มุมของความรักและความใคร่ เขียนถึง
กามรสด้วยชั้นเชิงวรรณศิลป์
แม้ศิลปะแห่งอีโรติกกับอนาจารมีข้อแตกต่างกันที่
"จุดหมายและความรังสรรค์"
ถึงอย่างนั้น การเขียนเรื่องแนวอีโรติก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครคิดอยากจะเขียน
ก็เขียนได้ งานที่ดีต้องอาศัยฝีมือทางการประพันธ์ซึ่งสั่งสม
มาพอสมควร ขั้นตอนการเขียนจึงมีความพิถีพิถัน ทั้งกลวิธี
วิธีคิดและความวิจิตรทางภาษาอย่างยิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใด "คุณค่าสาระ" อันหมายถึงปรัชญา
อย่างใดอย่างหนึ่ง จะแยกไปจากงานประเภทนี้ไม่ได้อย่าง
เด็ดขาด มิเช่นนั้นงานชิ้นนั้น จะเป็นงานเกรดต่ำยิ่งกว่าวรรณกรรมขยะเสียอีก
เช่นที่ ม.ล.บุญเหลือ เทพสุวรรณ (ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นครูแห่งการวิจารณ์วรรณกรรม) เคยให้ทัศนะวิจารณ์
ไว้ว่า
“การเขียนเรื่องกามรส ต้องแสดงความรู้ให้ถึง
ชั้นเชิง ถ้าขาดความรู้และขาดสุนทรียภาพ งานเขียน
ก็จะกลายเป็นหนังสือลามกไป หรือมิฉะนั้นก็จะเป็น
งานเขียนเก้อๆ ไม่มีความคมและความขำอย่างใดเลย”
“ว่าด้วย วรรณกรรมอีโรติก” โดย อ.กอบกุล อิงคกุล
นักวิชาการด้านวรรณกรรม
ราวสามสิบปีลงไป ถ้ามองวรรณกรรมแนวนี้ในมุมกว้างก็คือ
การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก วรรณกรรมประเภทนี้มีพื้นฐานอยู่
ที่เนื้อหาความรัก ความใคร่ และกามารมณ์ มากกว่ารูปแบบที่ใช้ แต่
ในกลุ่มของคนที่เข้าใจผิด มักเพ่งเล็งไปที่รูปแบบมากกว่าเนื้อ
โดยปกติแล้ว วรรณกรรมอีโรติก จะใช้รูปแบบการเขียน
ประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ นวนิยาย ละคร
เรื่องเล่า หรือแม้กระทั่งร้อยกรองแสดงความโศกเศร้าเป็นต้น
แต่กวีนิพนธ์ประเภทคำรำพึง หรือร้อยกรองแสดงความในใจ
มักเป็นรูปแบบของกวีนิพนธ์หรือร้อยกรองที่ใช้กันมากที่สุด
เนื่องจากขอบเขตของวรรณกรรมอีโรติก ไม่ได้ใช้รูปแบบ
การเขียนเป็นตัวกำหนด ทว่าใช้เนื้อหาเป็นหลักในการพิจารณา
บ่อยครั้งจึงพบว่า เส้นแบ่งเขตระหว่างวรรณกรรมอีโรติกกับ
วรรณกรรมประเภทอื่นที่มีพื้นฐานอยู่บนแกนของความรักนั้น
ยากที่จะขีดเส้นได้ เพราะวรรณกรรมอีโรติกยังกว้างพอที่จะ
เขียนเรื่องเกี่ยวกับความรัก นับตั้งแต่อารมณ์ไหวหรือภาวะไหว
แห่งความรู้สึก ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรง เปิดเผยถึงขีดสุด
ซึ่งแสดงการสังวาสเสพสมพิสดาร แต่จุดสำคัญที่ทำให้
วรรณกรรมอีโรติกต่างจากวรรณกรรมลามก ก็คือ ภาษา
ที่ไม่หยาบโลน
ท่วงทำนองการเขียนวรรณกรรมอีโรติก ท้าทาย
ความสามารถและเชิงชั้นในการประพันธ์เป็นอย่างยิ่ง
เพราะเป็นการเขียนที่คาบลูกคาบดอกกับศีลธรรมจรรยา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมอีโรติกที่อยู่ในระดับการ
บรรยายฉากเสพสมอย่างละเอียดลออ ถ้างานนั้นใช้
ภาษาที่มีสำนวนสละสลวยขัดเกลาอย่างงดงามประณีต
การบรรยายฉากกามาต่างๆ ก็จะกลับกลายเป็นผลงาน
ที่มีศิลปะ ได้สุนทรียรส แต่ถ้าเขียนอย่างหยาบคาย
ก็จะกลายเป็นลามกอนาจารไปทันที
จุดสำคัญของการเขียนวรรณกรรมแนวอีโรติก จึงต้อง
ใช้ภาษาที่มีเชิงชั้น รู้จักเลือกคำที่ให้ความรู้สึกงดงาม
ยามที่ผู้เขียนถ่ายทอดภาพแห่งการเสพสมหรือความ
รู้สึกปรารถนาในกามรสของตัวละคร ตลอดจนปีติสุข
สุดยอดในเพศรส สิ่งที่เสนอจะต้องเฉียบคมกระชับ
และมีเอกภาพในตัว เพื่อให้ได้ผลอย่างมีพลังและ
ประสิทธิภาพ เรียกได้ว่างานเขียนอีโรติกจะต้องมี
มาตรฐานของสุนทรียะในระดับสูงจริงๆ เป็นการเสนอ
ภาพที่ใช้จินตนาการสร้างสรรค์ มากกว่าการเสนอภาพ
การสมสู่อย่างซ้ำซาก และเปล่าเปลือยล่อนจ้อนอย่าง
ไร้ศิลปะในด้านภาษาและการถ่ายทอด
อนึ่ง งานเขียนแนวอีโรติกจะต้องให้ความรู้สึกชวน
คล้อยตามและก่อเกิดความประทับใจแก่ผู้อ่าน มิใช่ความรู้สึก
ละอายเหมือนกำลังดูภาพต้องห้าม ลามกอนาจาร สิ่งสำคัญ
อีกประการก็คือ ต้องเสนอภาพแห่งกามารสในฐานะที่เป็น
ประสบการณ์ที่มีพลัง และให้ความปีติสุขอันงดงาม ด้วยเหตุนี้
ผู้ประพันธ์จึงต้องใช้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเอกอุ
บ้างก็ใช้สัญลักษณ์ในการเอ่ยถึงอวัยวะเพศ บ้างก็ใช้ความ
ฟุ้งฝัน ความฝัน ความในใจสื่ออารมณ์ทางเพศของตัวละคร
เพื่อปลุกเร้าจินตนาการของผู้อ่านให้เข้าใจและเข้าถึงอย่าง
เช่น อนาอิส นิน นักเขียนหญิงแนวอิโรติก ได้ใช้ดอกดาเลียห์
เป็นสัญลักษณ์แทนเยื่อพรหมจรรย์เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับวรรณกรรม
อีโรติกก็คือ ไม่ว่าผู้เขียนจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะต้องเข้าใจ
สิ่งที่เรียกว่า ความรักและกามารมณ์ ได้อย่างลึกล้ำ ไม่ว่าจะเป็น
ความรัก อารมณ์พิสดาร ความฟุ้งฝันหรือฝันเฟื่อง และ
พฤติกรรมที่ถูกผลักดันโดยพลังขับหรือกลไกทางเพศ ซึ่งมี
ความสำคัญเป็นอันดับแรกเหนือสิ่งใด
นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้งานเขียนแนวอีโรติก การเขียน
แนวอีโรติกควรเป็นสื่อให้ผู้อ่านได้พบข้อคิดหรือสิ่งที่มีคุณค่า
ผ่านงานเขียนนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม วัฒนธรรม อารมณ์
ความรู้สึก จิตวิทยาทางเพศ ปรัชญาทางเพศ ฯลฯ เพราะงาน
อีโรติกนั้นจะเป็นแค่เรื่องอ่านเล่นเท่านั้น ถ้าเพียงแต่เน้นอารมณ์
หรือความรู้สึกหฤหรรษ์แห่งกามารส โดยมิได้ปรากฏสาระให้
เห็น ซ้ำรังแต่จะทำให้เรื่องมีราคาถูกหาค่าอะไรมิได้
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากงานเขียนอีโรติก สามารถ
เขียนได้หลายรูปแบบหรือหลายแนว ดังนั้นจึงมีนักเขียน
จำนวนไม่น้อย จงใจจะแสดงฝีมือรังสรรค์วรรณกรรมอีโรติก
ให้หลายหลากรูปแบบ เช่น บ้างก็เขียนในรูปอารมณ์ขัน
เสียดสี ยั่วล้อ ตื่นเต้น สยองขวัญ ลึกลับ แฟนตาซี
จินตนาการหรือแนววิทยาศาสตร์ โดยเน้นโครงเรื่อง (plot)
ที่แข้มข้น ตื่นเต้นชวนให้ติดตาม หากแต่เนื้อเรื่องยังคง
เป็นเรื่องอีโรติกอยู่
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น “เมืองกามา” แปลโดย “ฉริบไร”
สนพ.บานชื่น ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น