6 จุดสมดุลของเรื่องแต่ง
6 จุดสมดุลของเรื่องแต่ง
http://www.dek-d.com/content/view.php?id=13512
http://www.dek-d.com/content/view.php?id=13644
1. การเปิดเรื่อง
คุณควรเปิดเรื่องที่จุดสำคัญของตัวละคร จุดที่ชีวิตประจำของตัวละครเปลี่ยนแปลง อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปด้วยการพร่ำบรรยายถึงตัวละครและฉากในเรื่อง เพราะข้อมูลเหล่านั้นล้วนไม่จำเป็น และถ้าหากมันจำเป็น คุณก็ไว้พูดถึงทีหลังก็ได้
“จงเปิดเรื่องด้วยพฤติกรรม หรือ บทสนทนา”
ในตอนจบบทแรก ผู้อ่านน่าจะได้รับรู้ข้อมูลกี่ยวกับตัวละครสำคัญปมปัญหาหรือคความขัดแย้งที่ตัวละครจะต้องพบในเรื่อง แม้เรื่องของคุณจะเต็มไปด้วยปมปัญหามากมายอย่างไร ขอให้ปลอมปมแรกให้ผู้อ่านได้รับรู้ก่อน
ผู้อ่านจะต้องรับรู้และเห็นความสำคัญของปมปัญหาแรกสุดว่า มันคุ้มกับเวลาที่พวกเขาเสียไปกับการอ่านหรือไม่ และมันน่าสนใจพอหรือเปล่า
>>> ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อนี้ การเปิดเรื่องมีกลวิธีหลายวิธี ชี้ไปเลยว่าต้องเปิดด้วยคำพูดแล้วการเปิดด้วยบรรยายไม่ดีจะกลายเป็นกี่เรื่องต่อกี่เรื่องจะ " เจ้าฆ่าพ่อข้า" เหมือนกันหมด
2. ตอนจบของแต่ละตอน
หากเรื่องจบตอนขณะอยู่กลางเหตุการณ์ จะกระตุ้นให้ผู้อ่านร้อนรนพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น การจบตอนด้วยพฤติกรรมหรือบทสนทนา ก็มีผลต่อการกระตุ้นต่อสนใจของผู้อ่าน
3. จุดสุดยอดของเรื่อง
เมื่อตัวละครสำคัญของคุณเผชิญหน้ากับปมปัญหา ผลลัพธ์ที่ได้มาต้องสมจริงและเป็นธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับเรื่องราวของคุณ นักเขียนใหม่หลายคนจงใจลดความรุนแรง และผลกระทบของจุดสุดยอด ส่วนใหญ่จุดสุดยอดของเรื่องจะอยู่ตอนท้ายของบท
4. การแก้ปมปัญหาของเรื่อง
ตัวละครสำคัญจะเป็นผู้มารับเหมาหน้าที่ในการแก้ปมปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นจุดสุดยอดของเรื่องมาแล้ว สูตรของการแก้ปมปัญหาคือต้องน่าเชื่อถือ ยอมรับได้ และทำให้ผู้อ่านแปลกใจ
5. ตอนเปิดเรื่องหรือตอนจบเรื่อง
เรื่องจะจบหลังจากปมปัญหาได้รับการคลี่คลายแล้ว บ่อยครั้งที่การคลี่คลายปมปัญหาจะเกิดขึ้นที่บทสุดท้าย และมีอีกเพียบไม่กี่ย่อหน้าตามมาที่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตของตัวละครได้กลับสู่สภาพปกติแล้ว
นักเขียนใหม่มักชอบเขียนตอนจบแบบเต็มเหยียดซึ่งไม่ควรทำ เพราะโดยลำพังตัวของการคลี่คลายปมปัญหาสามารถเป็นบทสรุปที่น่าพึงพอใจแก่ผู้อ่านได้แล้ว และที่นอกเหนือไปกว่านั้น รังแต่จะทำให้ผู้อ่านหันเหตุสนใจออกนอกลู่นอกทาง
6. มุมมองของเรื่อง
มุมมองในเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง ใช้สม่ำเสมอกันหรือไม่ หรือหลากหลาย มุมมอง ระวังอย่าให้โดดคิว เพราะจะทำให้เรื่องน่างงงวย ส่วนข้อปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆที่คุณจะต้องเช็กก็คือ มีตัวละครโดดเด่นออกมาตัวเดียวให้ผู้อ่านพุ่งความสนใจไปเต็มๆ ใช่หรือไม่ เพราะบ่อยครั้งที่พบว่า คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าได้ปล่อยตัวละครออกมาสองสามตัวให้แข่งกันเสนอหน้าให้ผู้อ่านสนใจ
และสุดท้ายลองดูอีกครั้งว่า ปมปัญหาของเรื่องนั้นน่าสนใจและน่าทึ่งพอให้ผู้อ่านสนใจติดตามหรือไม่
http://www.dek-d.com/content/view.php?id=13512
http://www.dek-d.com/content/view.php?id=13644
1. การเปิดเรื่อง
คุณควรเปิดเรื่องที่จุดสำคัญของตัวละคร จุดที่ชีวิตประจำของตัวละครเปลี่ยนแปลง อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปด้วยการพร่ำบรรยายถึงตัวละครและฉากในเรื่อง เพราะข้อมูลเหล่านั้นล้วนไม่จำเป็น และถ้าหากมันจำเป็น คุณก็ไว้พูดถึงทีหลังก็ได้
“จงเปิดเรื่องด้วยพฤติกรรม หรือ บทสนทนา”
ในตอนจบบทแรก ผู้อ่านน่าจะได้รับรู้ข้อมูลกี่ยวกับตัวละครสำคัญปมปัญหาหรือคความขัดแย้งที่ตัวละครจะต้องพบในเรื่อง แม้เรื่องของคุณจะเต็มไปด้วยปมปัญหามากมายอย่างไร ขอให้ปลอมปมแรกให้ผู้อ่านได้รับรู้ก่อน
ผู้อ่านจะต้องรับรู้และเห็นความสำคัญของปมปัญหาแรกสุดว่า มันคุ้มกับเวลาที่พวกเขาเสียไปกับการอ่านหรือไม่ และมันน่าสนใจพอหรือเปล่า
>>> ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อนี้ การเปิดเรื่องมีกลวิธีหลายวิธี ชี้ไปเลยว่าต้องเปิดด้วยคำพูดแล้วการเปิดด้วยบรรยายไม่ดีจะกลายเป็นกี่เรื่องต่อกี่เรื่องจะ " เจ้าฆ่าพ่อข้า" เหมือนกันหมด
2. ตอนจบของแต่ละตอน
หากเรื่องจบตอนขณะอยู่กลางเหตุการณ์ จะกระตุ้นให้ผู้อ่านร้อนรนพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น การจบตอนด้วยพฤติกรรมหรือบทสนทนา ก็มีผลต่อการกระตุ้นต่อสนใจของผู้อ่าน
3. จุดสุดยอดของเรื่อง
เมื่อตัวละครสำคัญของคุณเผชิญหน้ากับปมปัญหา ผลลัพธ์ที่ได้มาต้องสมจริงและเป็นธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับเรื่องราวของคุณ นักเขียนใหม่หลายคนจงใจลดความรุนแรง และผลกระทบของจุดสุดยอด ส่วนใหญ่จุดสุดยอดของเรื่องจะอยู่ตอนท้ายของบท
4. การแก้ปมปัญหาของเรื่อง
ตัวละครสำคัญจะเป็นผู้มารับเหมาหน้าที่ในการแก้ปมปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นจุดสุดยอดของเรื่องมาแล้ว สูตรของการแก้ปมปัญหาคือต้องน่าเชื่อถือ ยอมรับได้ และทำให้ผู้อ่านแปลกใจ
5. ตอนเปิดเรื่องหรือตอนจบเรื่อง
เรื่องจะจบหลังจากปมปัญหาได้รับการคลี่คลายแล้ว บ่อยครั้งที่การคลี่คลายปมปัญหาจะเกิดขึ้นที่บทสุดท้าย และมีอีกเพียบไม่กี่ย่อหน้าตามมาที่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตของตัวละครได้กลับสู่สภาพปกติแล้ว
นักเขียนใหม่มักชอบเขียนตอนจบแบบเต็มเหยียดซึ่งไม่ควรทำ เพราะโดยลำพังตัวของการคลี่คลายปมปัญหาสามารถเป็นบทสรุปที่น่าพึงพอใจแก่ผู้อ่านได้แล้ว และที่นอกเหนือไปกว่านั้น รังแต่จะทำให้ผู้อ่านหันเหตุสนใจออกนอกลู่นอกทาง
6. มุมมองของเรื่อง
มุมมองในเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง ใช้สม่ำเสมอกันหรือไม่ หรือหลากหลาย มุมมอง ระวังอย่าให้โดดคิว เพราะจะทำให้เรื่องน่างงงวย ส่วนข้อปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆที่คุณจะต้องเช็กก็คือ มีตัวละครโดดเด่นออกมาตัวเดียวให้ผู้อ่านพุ่งความสนใจไปเต็มๆ ใช่หรือไม่ เพราะบ่อยครั้งที่พบว่า คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าได้ปล่อยตัวละครออกมาสองสามตัวให้แข่งกันเสนอหน้าให้ผู้อ่านสนใจ
และสุดท้ายลองดูอีกครั้งว่า ปมปัญหาของเรื่องนั้นน่าสนใจและน่าทึ่งพอให้ผู้อ่านสนใจติดตามหรือไม่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น